วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551

ความสุขที่แท้จิง


ผมเคยอ่านนิทานเรื่องหนึ่งนานมาแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า อาจารย์ท่านหนึ่งลากเส้นตรงขึ้นมาเส้นหนึ่ง แล้วบอกให้นักเรียนลองทำให้เส้นตรงเส้นนี้สั้นลงโดยไม่ต้องลบ นักเรียนต่างหาวิธีทำให้เส้นตรงนั้นสั้นลงไม่ได้เพราะทุกคนติดอยู่กับภาพลักษณ์ของการลบเส้นเดิมทิ้งไปเพื่อให้เส้นเดิมสั้นลงไป อาจารย์ท่านนั้นจึงขอให้นักเรียนรายหนึ่งเขียนเส้นตรงเส้นใหม่ที่ยาวกว่าเส้นเดิม ภายหลังจากที่นักเรียนลากเส้นตรงเส้นใหม่ที่ยาวกว่าเดิมแล้ว อาจารย์ท่านนั้นอธิบายให้นักเรียนฟังว่า "การที่มีคนลากเส้นตรงขึ้นมาเส้นหนึ่ง ไม่ว่าเส้นตรงที่ลากมาจะยาวแค่ไหน เราสามารถทำให้เส้นตรงนั้นสั้นลงไปได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปลบเส้นของคนอื่นให้สั้นลง แต่เราสามารถทำให้เส้นของคนอื่นสั้นลงโดยที่เราลากเส้นของเราให้ยาวขึ้น ยิ่งเราลากเส้นยาวออกไปมากเท่าไหร่เส้นเดิมที่ลากไว้ก็จะสั้นลงไปทุกที เปรียบเหมือนการที่ใครซักคนทำในสิ่งหนึ่งที่ดีอยู่ประสบความสำเร็จอยู่ เราไม่ควรให้ความอิจฉาริษามาก่อให้จิตของเรารุ่มร้อนและหาทางกลั่นแกล้งคนๆนั้นด้วยการหาทางทำลาย เหมือนกับการพยายามลบเส้นของคนอื่นให้สั้นลง ตรงกันข้ามควรจะยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น เหมือนกับที่เรามองความยาวของเส้นตรงที่คนอื่นลากไว้ แต่เราหาทางพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับการพยายามลากเส้นตรงเส้นใหม่ให้ยาวขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ไปลบเส้นของคนอื่น เส้นตรงที่เราลากก็จะยาวขึ้นเรื่อยๆ โดยเส้นเดิมที่เราลากไว้ก็จะสั้นลงไปเรื่อยๆโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปลบออกให้สั้นลง"
การคิดในเชิงสร้างสรรค์แบบนี้ทำให้จิตใจของเราโปร่งสบาย ไม่รุ่มร้อน เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ได้แข่งกับใครแต่เราแข่งกับตัวของเราเองอยู่ตลอดเวลาและเราไม่ได้ไปสร้างศัตรูหรือไปก่อเวรกับคนอื่น ตรงกันข้ามการแข่งขันระหว่างกันเป็นไปในทางเกื้อกูลกันทำให้ระบบโดยรวมมีการเติบโตอยู่ตลอดเวลาไปในทางที่เป็นบวก คงไม่สำคัญว่าคุณต้องชนะคนทั้งหมด สิ่งสำคัญคงอยู่ที่คุณพยายามชนะตัวของคุณเองอยู่ตลอดเวลาต่างหาก เพียงแต่เมื่อใดคุณสามารถชนะตัวของคุณเองได้ ชัยชนะที่ได้ก็จะมีความหมายและทำให้คุณเกิดความภูมิใจ และถ้าคุณยังไม่หยุดพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะชนะตัวคุณไปเรื่อยๆ เมื่อคุณมองย้อนกลับมาเมื่อไหร่คุณก็จะมีแต่ความภูมิใจในชัยชนะที่ขาวสะอาด ชัยชนะที่เป็นแรงขับดันให้คุณพยายามพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
การประสพความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนมีอยู่หลายวิธี บางครั้งผู้คนต่างพยายามเลียนแบบเส้นทางประสพความสำเร็จของผู้อื่น แต่เมื่อเดินตามเส้นทางนั้นกลับพบว่าไม่ประสพความสำเร็จนัก ความสำเร็จในชีวิตของผู้คนคงไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบอย่างเดียวกันเสมอไป และเส้นทางไปสู่ความสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางเดียวกันเสมอไป สิ่งสำคัญน่าจะอยู่ที่ความสุขใจที่ได้เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตนเองมากที่สุดมากกว่า
จงอย่าพยายามเลียนแบบเส้นทางไปสู่ความสุขของผู้อื่น เพราะนิยามความสุขของผู้คนต่างกัน ความสุขที่เราเห็นผู้คนอื่นมีความสุขกันอยู่ ถ้าเราไปอยู่ในสถานะนั้นเราอาจจะไม่มีความสุขอย่างที่เราเข้าใจก็ได้ สุขและทุกข์แท้จริงอยู่ที่ใจของเรากำหนดต่างหาก ลองมองทุกอย่าง อย่างเป็นกลางๆ ไม่เอาความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง อคติ มาครอบงำ แล้ววันหนึ่งเราอาจจะค้นพบความหมายของคำว่าความสุขที่แท้จริงของตัวเราเอง

กลอนมาอีกแล้วง๊าบบ


เพียงรักแรก........แรกรักประทับจิต

เพียงใจคิด........คิดน้อยใจเฝ้าคอยฝัน

เพียงใจฝาก........ฝากใจส่งให้ถึงกัน

เพียงแต่ฝัน.......ฝันแต่ว่าจะได้เจอ

เพียงสบเนตร........เนตรสบก็พบรัก

เพียงพบพักตร์.......พักตร์พบกันใจพลันเผลอ

เพียงบอกรัก........รักบอกใจให้ละเมอ

เพียงแต่เพ้อ..........เพ้อหลงใหลใจพะวง

เพียงได้เจอ........เจอได้ไม่รั้งรอ

เพียงแค่ขอ..........ขอแค่มีเธออยู่ใกล้

เพียงกลัวรัก.........รักกลัวต้องห่างไกล

เพียงไกลกาย........กายไกลใจใกล้เธอ

เพียงรักแรก........แรกรักประทับจิต

เพียงใจคิด........คิดน้อยใจเฝ้าคอยฝัน

เพียงใจฝาก........ฝากใจส่งให้ถึงกัน

เพียงแต่ฝัน.......ฝันแต่ว่าจะได้เจอ

เพียงสบเนตร........เนตรสบก็พบรัก

เพียงพบพักตร์.......พักตร์พบกันใจพลันเผลอ

เพียงบอกรัก........รักบอกใจให้ละเมอ

เพียงแต่เพ้อ..........เพ้อหลงใหลใจพะวง

เพียงได้เจอ........เจอได้ไม่รั้งรอ

เพียงแค่ขอ..........ขอแค่มีเธออยู่ใกล้

เพียงกลัวรัก.........รักกลัวต้องห่างไกล

เพียงไกลกาย........กายไกลใจใกล้เธอ

มีกลอนรักมาฝากง๊าบบ


แค่รู้สึกเมื่อรัก


เมื่อรู้จักได้ฝากฝัน


ได้พบเจอ เธอทุกวัน


เพียงเท่านั้นก็สุขใจ

แสงหนึ่งคือรุ้งงาม


แสงระยับวับวาวแพรวพราวรุ้ง
ตะวันรุ่งส่องสว่างทางไสว
คือแสงหนึ่งนำทางที่กว้างไกล
ทรงเป็นกำลังใจเป็นพลัง
แสงสีทองท้องฟ้าใสในวันนี้
คือแสงหนึ่งรุ้งสีงามอยู่เบื้องหลัง
ทรงเรียบง่าย ทรงรู้แจ้งเห็นจริงจัง
ทรงพลังสร้างสรรค์กำลังใจ
ทรงอุทิศพระองค์เพื่อปวงชน
ให้หลุดพ้นด้วยเมตตาจะหาไหน
ทรงให้เกียรติผู้อื่นทรงห่วงใย
ด้วยดวงใจพระจริยาสง่างาม
ในวันนี้แสงหนึ่งเคย...ส่องสะท้อน
แม้แสงอ่อน...แต่คงพลังหลั่งล้นหลาม
ปวงประชาชาวไทยทุกเขตคาม
ขนานนาม “ แสงหนึ่ง ”ซาบซึ้งใจ